ลุ้นกันไปกับไก่เดือยทอง

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยชนะต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ช่วงหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีกดดันนิดนึงตอนกลางดึก เมื่อจะต้องเยือนบอร์นมัธ
ชัยชนะปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากชัยชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อม.ค.เป็นต้นมาแล้วก็ตารางชั้นของพวกเขาคือผู้นำฝูงในช่วงนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้คำถามคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยนะครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แต่ในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาแทบไม่พลาดในการเก็บชัยชนะ ที่สำคัญอย่าว่าแต่แพ้เลยนะครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่คือชนะ เกมปัจจุบันก็เช่นเดียวกันนี่คือเกมลำดับที่สามหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดหมายทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จุดหนึ่งที่เชลซีพอมีปัญหาให้เราเห็นคือช่วงหลังเสียประตูหลายครั้งนะครับ
อันนี้จะต้องมองว่า 7 นัดหมายในที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับกลุ่มอย่างไรเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของกลุ่มลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือแล้วก็เป็น title to loseทั้งหมดทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งนั้น ฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลาบปลื้มคือผลงานของกลุ่มที่เกิดขึ้นเวลาที่กลุ่มชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บแล้วก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีเยี่ยม
คู่ฟูลแบกเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง แล้วก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มตลอด
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งต่อๆกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นดีเยี่ยมที่สุด 14 นัดหมายเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการกลุ่ม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จะต้องนึกออกเป็นอย่างดี ด้วยเหตุว่าสเปอร์สคือกลุ่มที่มีทั้งผจก. แล้วก็นักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้ากลุ่มชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในกลุ่มคนใดนึกออกบ้าง…..
คิดดูว่าตัวทอป ตัวพ่อของแวดวงบอลมารวมตัวกันในกลุ่มสเปอร์ส เพียงขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น ด้วยเหตุว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนก็เลยตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลแล้วก็เชลซี ตอนนี้….มันสมควรจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไรจะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะหน
ในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโนแฟนสเปอร์ส พอจะมีความฝันถึงแชมป์ได้นะครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองเช่นเดียวกันนะครับ…การพัฒนากลุ่มไก่กระทงของ พอช มันมีความก้าวหน้า
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันเจริญ ขาดเพียงแค่บางนัดหมาย บางเกม ที่จะต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดหมายที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา แล้วก็ปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะยกเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดหมายที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดหมายปัจจุบัน โปเชตติเตียนโน จัดกลุ่มตามแทกติเตียนก แล้วก็ "แนวความคิด" ของเขาแน่ชัดเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่ปรับอย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี อาจไม่มีแผนอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน ก็เลยจะต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่อาจยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ส่งเสริม แยนเซนหมายถึงคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี แล้วก็ ซอน เฮือง ไม่น จะรอช่วยทำเกมดินแดนในที่สุด
แยนเซน บางทีอาจจะถูกเหน็บแนมว่า…กองหน้าไร้สกอร์ ด้วยเหตุว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่อาจไม่ช่วยอะไรถ้าเกิดไม่สามารถที่จะปรับนิสัยเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมกลุ่มเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าเกิดมองจากเกมที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะพลิกบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลานั่นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายนามเป็นผู้ทำคะแนน แต่เขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า จะต้องยิงประตู จะสร้างโอกาส หาโอกาส อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆเจริญ
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แต่สำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตติเตียนโน แล้วก็เขาสบโอกาสนั้น เขาจะต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่เขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งโอกาสทองไป…แต่แนวความคิดของ พอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างดี สลับหมุนวนกันวิ่งไปมาหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกยิงของ เดลเล อัลลีงดงามเป็นอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง ไม่น หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งแทงสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นแล้วก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเอ้อร์ แล้วก็ปิดด้วย ซอน เฮือง ไม่น นอกเขตโทษอีก
แผนของ พอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา ดินแดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้อง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ สบโอกาสเล่นกับบอลจำนวนมาก
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว ด้วยเหตุว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ฉะนั้นประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกรับรองแผนการณ์ของ โปเชตติเตียนโน หมดแล้ว ลูก 4 แล้วก็การลงในสนามของ แฮร์รี เคน คือของฟรีว่าประสิทธิภาพของสเปอร์ส ตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในขณะเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจักจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าเกิดมองจากผลงานตั้งแต่ระยะแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ผ่านถึงนัดหมายที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 แล้วก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งช่วงหัวค่ำวันเสาร์ก่อนหน้านี้ก็ 4 แต้มแต่หลังจากเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นิ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

ถ้าเกิดจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกนะครับ ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินแล้วก็มหัศจรรย์เกินไปถ้าเกิดเชลซีจะแพ้คนใด 3 นัดหมายใน 7 นัดหมายในที่สุด เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัดหมาย ผมว่ายังง่ายดายเสียยิ่งกว่าแล้วก็มีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดหมายบางทีอาจคลอนแคลนต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่ๆ ด้วยเหตุว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แต่ขณะดังที่กล่าวมาแล้ว ไม่รู้ล่ะช่วงไหน สเปอร์สจะต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไร ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดหมายผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดหมายละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายเสียยิ่งกว่า แล้วก็โอกาสจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่เมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแต่ยังคงมีความหวังอยู่นะครับ มิได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองคือชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์หรือไม่อีกหนึ่งเรื่อง…แต่ณ จุดนี้มันคือความก้าวหน้านะครับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมกลุ่มจริงแต่ไม่ทุ่มทุนบ้าเลือดราวกับกลุ่มใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่ลงตัว โค้ชก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมความสำเร็จให้เป็นรูปธรรม จากหนทางที่เดินมาถูกแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บชัยชนะตลอด ทำให้การลุ้นแชมป์ก็เลยขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดหมายในที่สุด ก็จะต้องลุ้นถัดไปนะครับ

11 นัดสุดท้าย

เสียงแผดเสียงแฟนบอลเชลซีดังสนั่นสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะได้แชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือนั่นคือจุดหมาย"

บอกอย่างงี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละขอรับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะอะไรทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากพวกเขามีทีมตัดแต้มอย่างต่ำปีละ10 นัด

เพื่อนพ้องๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักทีมหนึ่ง เว้นเสียแต่พบศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี เป็นทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เยอะที่สุด 118 ครั้ง เยอะที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากกว่าอาร์เซนอล 1 นัด แล้วก็นี่อาจเป็นเหตุผลหลักยุค โชเซ มูรินโญ เข้ามาปฏิบัติงาน

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ขณะนี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 ทีมและก็เชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งทิศตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายรังสิต คงจะนึกภาพออกครับ

ดังนั้น 8 นัดใน 4 ทีมที่จำเป็นต้องพบคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งปวง 15 แต้มจากชัย 5 แพ้ 2 เป็นแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แม้กระนั้นแพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมสุดท้ายในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายสังกัดแต้มที Tagged

แข่งเดือด หงส์แดง vs ไก่

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆครับผม…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าวสาร มั่นอกมั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดแล้วก็นัดปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังคงเส้นคงวา ไม่พลาดท่าอะไรกล้วยๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าผู้ใดกันแน่หนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงในสนามพวกเขาได้โอกาสร่วงไปอยู่อันดับ 6 เนื่องจากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงในสนามก่อนเจอกับวัตฟอร์ด ถ้าหากว่าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ซาตานแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดีมากกว่านั้นคืออันดับสี่ถ้าหากอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ ติดอยู่บ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือชั้นกว่าเป็นรองมากเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ แม้ไม่เหนือกว่ามากเท่าไรนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเหมือนกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะเป็นรองทีมใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความคงเส้นคงวา" อันมีสาเหตุมาจากสมรรถนะของทีมแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้คือความแตกต่าง แต่ถ้าหากเทียบเคียงกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ตกรอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกแบบงี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เหมือนกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือฟุตบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนาจนกระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ถ้าหากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของทีมได้กระจ่างแจ้ง และก็เราก็มองเห็นกัน…
คราวนี้เมื่อทีมใหญ่มาเจอกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาเจอกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังประจันหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาปฏิบัติงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากยุค เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับตั้งแต่ปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังแพ้ผู้ใดกันแน่ในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน แล้วก็ผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดนับตั้งแต่หมดยุคของ รอดพบร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ทีแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับทีมบริหารเองวางเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ทีแรก แต่พอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงและก็ทำตัวเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความคาดหวังให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรราวนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าหากจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากว่าความจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็จุดหมายเดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับ

ว่ากันตามตรง…อย่างที่เราทราบกัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดคะเนและก็เรียงเอาไว้แบบงี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และก็การลุ้นทุกข์ยากราวกับที่้คาดหมายกันเอาไว้ตั้งแต่แรก และก็ใน 14 นัดที่เหลือมันคือการรับรองว่าพวกเขาจะพอดีสี้หรือเปล่า และก็จำเป็นต้องแย่งชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะแก้ไขปัญหาอย่างไรในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกปรับแก้หรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อเกมรุกตีบตัน ทำอะไรคู่ต่อสู้มิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้โดยทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่ต่อสู้ในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่มากมาย บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสสิง เนื่องจากว่าไม่รู้จะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…คือมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือพอหาปากทางเข้าเขตโทษมิได้ แล้วก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองมิได้ ก็โดนลงโทษโดยทันที ทำให้ทีมแพ้ติดๆกันมานับตั้งแต่ปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งข้อซักถามและก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนโค้ช

แฟนบอลสมัยใหม่พวกนี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…อึกทึก จะเปลี่ยนโค้ช อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับผม…พวกท่านแก

เกมนี้ไม่ต้องวิจารณ์อะไรมาก…และก็เราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะแก้ไขปัญหาเกมยอมรับได้ดีแค่ไหน เนื่องจากว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ มีจุดเด่นคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นเกมรับ

โน่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ปฏิบัติงาน…แต่จะเห็นผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้หดหู่และก็ขาดความเชื่อมั่นไปเยอะ

ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาสมควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีปัญหาในการเอาชนะเหมือนกัน

ถ้าหากถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เนื่องจากว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เนี้ยบเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้รักษาประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นประตูเข้าไปหรือเปล่า

จุดเปราะบางมันเยอะ…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่ต่อสู้แค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆยกตัวอย่างเช่นครอสจากด้านข้าง , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากด้านข้างยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานครั้งปีคราว จะโหม่งได้ประตู

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และก็วิถีทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีมากเท่าไรนัก ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่มีความแตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายๆกันก็แค่…สเปอร์ส มีดีมากกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า เบื้องต้นนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้เกิดวิกฤตการณ์ราวกับหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปโดยทันที ไม่มีพลาดตลอดแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าหากเทียบเคียงกันแล้วขณะนั้น จุดอ่อนของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมคือ "ขาดความเชื่อมั่น" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสบกพร่องมีสูง โอกาสแพ้มีจำนวนมาก โอกาสชนะมีน้อยโดยทันที

ด้วยเหตุนี้…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียเยอะแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม แล้วก็วิธีการเล่น…เล่นด้วยความศรัทธาว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงันๆเงอะงะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบทีมในกรุ๊ปทอป 6 จำเป็นต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และก็ไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

สิงห์โตน้ำเงินย่อตัว

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ทันที สถานะการณ์ในตอนนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเท่ากันเป็นทีมสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมคืนวันพุธ …เป็นหากสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะก่อให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่ว่าเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และก็แมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสนามนัดหมายนี้ก็มีความกดดัน ความเคร่งเครียดกันบ้าง ภายหลังจากพ่ายแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน มันเสมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้บางทีอาจพบทีมใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แต่ว่าเอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากเลย และก็เชลซี ก็ไม่ต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายเสียยิ่งกว่า
ถ้าย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจโทษผู้ใดกันแน่ไม่ได้เว้นเสียแต่เกมรับของตนที่ เสียสมาธิและก็ออกลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินไป
ทั้งเกมเชลซีได้โอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ว่าได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนประเดี๋ยวจะกดดันตนเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันเป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้เนื้อรู้สึกตัว
ดังนั้นเกมนี้ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย ด้วยเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากมายก่ายกอง ดังนั้นเกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาว่ากล่าวชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้บางทีอาจจำเป็นต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร และก็ เอแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม เพียงแค่ปรับตัวผู้เล่นในแดนกึ่งกลางเท่านั้น ผมเดาจิตใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ ด้วยเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาว่ากล่าวช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส มีประโยชน์ ด้วยเหตุว่ายังไง แมนฯซิตี้ ไม้่มีหนทางและก็ทีมเป๊ป อาจจำเป็นต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน หากถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ กระทั่งบุกเข้าหายิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีมากเพิ่มขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกผู้ใดกันแน่ลงสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้แดนกึ่งกลางบางทีอาจจำเป็นต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในตอนนี้ลอตเตอรี่ในเกมรุกจะไปออกที่ผู้ใดกันแน่จำเป็นต้องนั่งมอง
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนแผ่วๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม และก็ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าเหมือนเดิม หากให้เดาจิตใจ เป๊ป คงจะพัก ซิลบา ด้วยเหตุว่าตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เพราะว่าเกมนี้จำเป็นต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมแดนกึ่งกลางนั้นเองครับ
จัดแบบไหน…แนวความคิดของ เป๊ป อาจเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ จำเป็นต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี ด้วยเหตุว่าพวกเขาอยากชัยมากกว่า อยากยิงประตู หากมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป คงจะย้ำเกมพาสซิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นการแย่งชิงพื้นที่แดนกึ่งกลางว่าผู้ใดกันแน่จะคุมเกมได้มากกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของซิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ และก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดหัวเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง และก็เกมมีแนวโน้มจะออกมารุนแรงอย่างแน่นอนหากเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่อาจจะเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่ว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า และก็ อาซาร์ ได้อยู่ โน่นและก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็ว จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แต่ว่าเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แต่ว่าเกมนี้มีความแตกต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ และก็รัดกุมกว่า เรือใบ นี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อมองดูมายังเกมรับของตนที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
การันตีว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆครับ แล้วหากเสียก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายปัจจุบันอีกแล้ว โน่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่ว่าคราวนี้หากเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าสนใจเป็น เป๊ป จะก่อให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระเบียบเกมรับ รัดกุมเยอะที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจำเป็นต้องเห็นด้วยว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า ดังนั้น เป๊ป จำเป็นต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งปวง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความรู้สึกว่าอาจไม่มีโชคชะตา หรือการตัดสินผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกว่ากล่าวกของโค้ชสองฝั่ง และก็ผมมองว่า คอนเต้ จำเป็นต้องจักจี้จุดบอดแมนฯซิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง และก็ซ้ำเติมความสะเพร่าที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกลุ่มทอปที่เสียประตูมากมาย…เพียงแค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่รอบคอบขนาดนี้ กระทั่งพื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้