ทำไมชนะเบิร์นลี่ย์ ยากกว่าอาร์เซน่อล ?

หลังบุกหักปลายกระบอกปืนได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เด็กหงส์ควรถูกยกโทษโทษฐานที่ยกฐานะความฮึกเหิมโดยพลการก่อนเยือนกลุ่มสมาชิกใหม่อย่างเบิร์นลี่ย์

คนจำนวนไม่น้อยมิได้เตรียมพร้อมเผื่อใจให้กับผลลัพธ์อื่น นอกไปจากสามแต้มและชัยนัดหมายลำดับที่สองต่อเนื่องกัน

การขาด ซาดิโอ มาเน่ ที่โชว์ฟอร์มเด่นมากในนัดหมายออกสตาร์ตฤดู บางทีอาจลดทอนความวูบวาบฉับไวในแนวรุกไปบ้างตามควร แต่มันไม่ใช่คำกล่าวอ้างถ้าเกิดลิเวอร์พูล จะไม่สามารถบุกชนะกลุ่มที่พวกเขาเช็กบิลได้ตลอดการเจอกันในพรีเมียร์ลีก และที่สำคัญเป็นไม่เคยเสียประตูให้แม้แต่ลูก

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาลงไปในสนาม แต่หน้าที่หาใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าอย่างที่คนใดกันคาด เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังเชื่อใจ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ให้ปฏิบัติหน้าที่เดิม ส่วนกองหน้าชาติอังกฤษ ถูกขยับมาเล่นข้างๆแทนที่ของมาเน่

ในแผงหลัง คล็อปป์ ถอดสลักระเบิดที่พร้อมบึ้มสละชีวิตตัวเองได้ทุกเมื่ออย่าง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ออกไปนั่งสำรอง และส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ดูเหมือนเล่นได้แน่นอนกว่า ลงแทนแบ็กซ้าย

ทั้งหมดทั้งปวงเป็นแค่สองตำแหน่งที่ลิเวอร์พูล เปลี่ยนไปจากครั้งแรก และด้วยความจัดจ้านเร่าร้อนของแนวรุกที่เพิ่งจะกะซวกหลังบ้านอาร์เซน่อลได้ถึง 4 เม็ด ต่อให้แฟนเบิร์นลี่ย์เองก็เถิดคงจะยากมั่นใจว่ากลุ่มของพวกเขาจะขัดขวางได้อยู่

แต่ นอกจากวาทกรรมอมตะอย่างฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ เด็กหงส์ยังมีนิยามให้กับกลุ่มตัวเองว่า ''The Most consistently inconsistent team''

กลุ่มที่ใส่ความแน่นอน เสมอต้นเสมอปลายได้ยากที่สุดในสามโลก

มองในด้านบวก ความปราชัยตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่นต่อกลุ่มชนชั้นระดับเบิร์นลี่ย์ นับว่าเป็น reality check เป็นกระจกให้คล็อป์ ส่องเห็นความจริงที่ยังจำเป็นต้องรีบปรับปรุงแก้ไข

เฉพาะอย่างยิ่ง ในหนึ่งฤดูที่คุณจำเป็นต้องเล่นกับกลุ่มโดยประมาณนี้ เล่นสไตล์นี้ บ่อยกว่าการเจอคู่ปรับเกรดเดียวกับอาร์เซน่อล

คุณไม่สามารถชนะกลุ่มใหญ่ แต่กลับเสียแต้มกระจุยกระจายให้กลุ่มขนาดเล็ก แล้วยังมีสิทธิ์คาดหมายถึงแชมป์ หรือแม้แต่การจบท็อปโฟร์

ด้วยเหตุนั้นแล้วสำหรับผม ความเสื่อมโทรมจากการแพ้เบิร์นลี่ย์ มีแค่การงดเว้นได้สามแต้ม แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ จะได้บทเรียนที่ล้ำค่ากลับไปทวน (อีกรอบ)

ถามคำถามว่าการเอาชนะเบิร์นลี่ย์ เป็นงานที่ยากกว่าอาร์เซน่อล หรือยังไง ลิเวอร์พูล ถึงจนปัญญา แม้แต่ไม่สามารถทวงประตูตีไข่แตก

ตัวผู้เล่นเกือบจะชุดเดียวกัน เปลี่ยนแปลงแค่สองจุดอย่างที่บอก มันไม่น่ามีผล หรือต่อให้ ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ มันก็ไม่มีหลักประกันว่าลิเวอร์พูล จะรอดจากความปราชัย

แต่ตัวแปรสำคัญที่สร้างความไม่เหมือนเป็นสไตล์ ต้นแบบกรรมวิธีเล่นของคู่ปรับที่ต่างกัน

กับอาร์เซน่อล ทุกคนเห็นภาพว่าเกมจำเป็นต้องเปิด ยิ่งเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยิ่งไม่มีวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ จะวางแผนมาตั้งรับ แม้แต่หลังจาก ธีโอ วัลค็อตต์ ซัดขึ้นนำ 1-0 นักฟุตบอลเจ้าถิ่นก็ยังคงเดินหน้าไล่ล่าหาประตูลำดับที่สอง

แต่กับเบิร์นลี่ย์ มันแปลงเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขีด ลิเวอร์พูล เสมือนวิ่งเอาหัวโขกกำแพงตลอด 80 กว่านาทีนับจากที่โดนนำเร็วตั้งแต่ช่วงต้นเกม

แนวทางการทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ตามหลังเร็ว คือปัญหาสำคัญที่ลิเวอร์พูล จะต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ในอีกหลายๆแมตช์ที่เหลือ

น่าเชื่อถือเลยว่ากลุ่มใหญ่ระดับหัวตารางทั้งหลาย จะเน้นกฎนี้เป็นข้อแรก

โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ปรึกษาแมนฯ ยูไนเต็ด หลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงในแมตช์แรกที่ไปเยือนบอร์นมัธ ต้นเกมมองน่าอึดอัด แต่ตราบเท่าที่ไม่เสียประตู ชัยยังอยู่ในมือ

กระทั่ง ฆวน มาต้า มาปลดล็อกในช่วงท้ายครึ่งแรก จากนั้นทุกอย่างก็ง่ายดาย

ทุกครั้งมทราบว่าการมาเยือนกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ หรือบอร์นมัธ และเมื่อไรที่เสียท่าเสียประตูไปก่อน คุณกำลังใส่ความเดือดร้อนป้อนตัวเอง

กฎข้อแรกของการเยือนกลุ่มเกรดโดยประมาณนี้ เป็นห้ามโดนนำโดยเด็ดขาด

ทายใจว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงจะเพียงพอรู้ เนื่องจากว่าประสบการณ์จากฤดูก่อนก็คงจะยังตามหลอก ไม่ว่าเกมบุกแพ้วัตฟอร์ด 0-3 หลังจากเสียเร็วตั้งแต่สามนาทีแรก

หรือการโดนเวสต์แฮม แออัดย้ำแค้น 2-0 โดยที่ประตูนำร่องมาข้างใน 10 นาที

คล็อปป์ อาจจะหลาบจำ แต่ตัวแปรเหนือการควบคุมของเขาเป็นความบกพร่องส่วนตัวแบบง่ายๆ

จากครั้งแรกเป็น อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ที่เล่นพลาดจนทำเสียประตู และอีกจังหวะที่เสียประตู มาโอกาสนี้แม้แบ็กซ้ายชาวสเปนจะโดนดร็อป แต่แบ็กขวาอย่าง เนธาเนียล ไคลน์ กลับเล่นเสมือนโดนวิญญาณโมเรโน่ เข้าสิง ด้วยการเปิดบอลเข้ากลางแล้วโดนตัด จนไปสู่ลูกยิงของแซม โวคส์

นี่เป็นสิ่งที่กลุ่มใหญ่จำเป็นต้องอุตสาหะหลีกเลี่ยง แต่บ่อยครั้ง ลิเวอร์พูลมักจมอยู่ในวังวนเดิมๆของตนเอง

จากนั้น เบิร์นลี่ย์ ที่เปิดเกมด้วยการชิงเพรสส์ข้างบน กดดันได้ผลกระทั่งได้ประตูนำ ก็ถอยร่นลงมารับแบบเต็มพิกัดในจุดโทษของตนเอง บีบพื้นที่ด้านหลังไม่ให้บอลตามช่องของลิเวอร์พูล ได้ดำเนินการ

นักฟุตบอลกลุ่มเยือนได้แต่เคาะรับส่งบอลไปๆมาๆหน้าจุดโทษ แต่เรื่องจะเจาะกำแพงแบ็กโฟร์ 2 แนวแทบจะเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเบิร์นลี่ย์ มาได้ลูกลำดับที่สองจากเกมสวนกลับ เท่ากับพวกเขายิ่งเล่นง่าย แผนของคล็อปป์ ที่เลือกมิลเนอร์ ลงแบ็กซ้ายแทนโมเรโน่ แปลงเป็นการทำร้ายร่างกายตัวเอง เนื่องจากว่านาทีนั้น ลิเวอร์พูล ต้องการเกมรุกมากกว่าห่วงเกมรับ

ด้วยความชำนาญเท้าขวา บ่อยครั้งที่มิลเนอร์ จำเป็นต้องพาบอลจากซ้ายตัดเข้าในเพื่อเปิดบอล และแม้แต่ความพยายามฝืนเปิดด้วยอีซ้าย แต่ประสิทธิภาพก็ต่ำเตี่ยเรี่ยดิน

เบิร์นลี่ย์ รู้ข้อด้อยนี้ของลิเวอร์พูล พวกเขาเลือกบีบแนวรับให้ยืนแคบ ปล่อยพื้นที่เปิดเตียนโล่งทางฝั่งมิลเนอร์ เนื่องจากว่าทราบดีว่าถึงยังไง นักฟุตบอลก็จำเป็นต้องเอาบอลกลับเข้ากลางอยู่ดี

คล็อปป์ ทับถมปัญหานี้ให้หนักขึ้นด้วยการขยับสลับตัวช้าเกินความจำเป็นมาก กว่าจะส่ง โมเรโน่ ลงมาแทนมิลเนอร์ ก็ขว้างไปเมื่อเหลือเวลาแค่ 13 นาที

และนอกจากนี้ คล็อปป์ คอยถึงนาทีที่ 65 ค่อยสลับตัวคนแรก ทั้งๆที่ลิเวอร์พูล ไม่มีทีท่าก่อนหน้านั้นว่าจะเอาประตูได้

ดิว็อก โอริกี้ จัดแจงคอยลงไปในสนาม ผมคาดหมายเห็นการเปิดเกมรุกแบบเต็มแรงด้วยหมากหน้าคู่ เพื่อกดดันเซนเตอร์แบ็กของเบิร์นลี่ย์ ที่เกือบจะยืนตบยุงมาทั้งเกม

แต่ไม่เลย คล็อปป์ ส่งโอริกี้ ลงมาแทนสเตอร์ริดจ์ มันน่าประหลาดใจเนื่องจากว่ารูปเกมประจานอยู่ในตัวเองแล้วว่าลิเวอร์พูล มิได้แค่ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง

พวกเขาจำเป็นต้องถึงขั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบ เปลี่ยนแปลงแนวทางเข้าทำ

ใครสักคนให้ความเห็นว่าถ้าเกิด คริสตำหนิยอง เบนเตเก้ ยังผิดขาย อาจมีผลดีกับกลุ่มในสถานการณ์อย่างงี้ แต่ผมกลับเฉยๆ

ข้อแรกเป็นเขาจะไม่มีส่วนร่วมแม้แต่เดินทางมา

และสอง ต่อให้เบนเตเก้ ยืนค้ำหัวโด่ เขาก็จะอยู่ในวงล้อมของกองหลังอย่างเบน มี กับไมเคิ่ล คีน แบบสองรุมหนึ่งมิได้กระดิก

ท้ายที่สุดเมื่อลิเวอร์พูล เจาะไม่เข้า ก็ได้แต่หวังลูกยิงไกลของคูตำหนินโญ่ ที่บังเอิญว่ามันไม่ใช่วันของพ่อมดแซมบ้า

ทดลองซัดถึง 8 ครั้งจากนอกจุดโทษ แต่เข้ากรอบเแค่คราวเดียว

ส่วนแดนกลาง โดยเฉพาะ ''เฮียติด'' จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่มีส่วนอะไรเลยกับจังหวะถึง 26 ครั้งในเกมนี้ของลิเวอร์พูล

กลุ่มจะต้องใช้บอลแถวสอง จากลูกยิงไกลให้มีคุณประโยชน์ แต่มันไม่ใช่คุณลักษณะที่สะดุดตาของเฮนโด้ หรือตัวหลักก่อนหน้าเขาอย่าง ลูคัส เลว่า

คนที่ทำได้ดีมากยิ่งกว่า ขั้นต่ำ ''ใจ'' ก็กล้ายิงอย่าง เอ็มเร่ ระเบียง กลับมิได้รับจังหวะ

เป็นเกมที่ผมสงสัยหลายสิ่งหลายอย่างในการตัดสินใจของคล็อปป์

ปัญหาว่าชนะกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ ยากขนาดไหน ยังไม่น่าสงสัยเท่ากับว่าเมื่อไรลิเวอร์พูล จะเอาชนะตัวเอง…

โอซิลโอดเป็นแพะสนองอารมณ์แฟนบอลยามทีมพ่าย

โอซิล แดนหน้าทีมอาร์เซนอลW88ให้สัมภาษณ์ออกอาการน้อยใจแฟนบอลที่มักกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้

อนาคตของนักเตะวัย 28 ปีกำลังตกเป็นเครื่องหมายคำถาม หลังจากสัญญาของเขาจะหมดลงในช่วงจบซีซันหน้าและยังไม่มีท่าทีที่จะต่อสัญญาในเร็วๆนี้ โดยเมื่อเขาถูกถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับแฟนบอลอาร์เซนอล เจ้าตัวเผยว่าเขารู้สึกซาบซึ่งเป็นอย่างมากเวลาที่แฟนบอลร้องแพลงเป็นชื่อเขาออกมา

แต่อย่างไรก็ตามเมซุต โอซิลยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจอยู่ไม่ใช่น้อยยามที่ตัวเขาต้องตกเป็นแพะรับบาปรองรับอารมณ์แฟนบอลยามที่ทีมไม่ได้อยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีนัก

“คุณรู้มั้ยอะไรที่ทำให้ผมภูมิใจ? วันนั้นแฟนบอลอาร์เซนอลร้องเพลงโอซิล ผมไม่เคยได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้มาก่อนกับสโมสรไหนๆ มันทำให้ผมขนลุกทุกครั้งเวลาที่แฟนๆร้องเพลงนั้น” โอซิลเผย

“แต่เมื่อยามที่ทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ มันต้องมีใครบางคนที่ตกเป็นแพะรับบาป แล้วมันเศร้าตรงที่เป็นผมเกือบทุกที”

เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เจ๊ นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ เอล โชโล่ โค้ช ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ