ชัยชนะอันงดงามของ เรอัล มาดริด

เมื่อคืนนี้วันเสาร์ บิเซนเต้ กัลเดรอน ป้อมปราการอันหนักแน่นของ "ตราหมี" ถูกตีแตกแพ้อย่างยับเยิน
สถิติไม่แพ้คนไหนกันในรังต่อเนื่องกันถูกหยุดไว้ที่ 22 เกม และด้วยสกอร์ 0-3 มันชี้ได้กระจ่างแจ้งว่านี่เป็นชัยอันยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด และเป็นความระบมอย่างสุดแสนของ แอตเลว่ากล่าวโก
ก่อนเกมตามหน้าเสื่อยกให้ กลุ่มของ โชโล่ สิเมโอเน่ เหนือกว่านิดหน่อย เหตุที่ว่าเล่นในถิ่นและภาวะกลุ่มบริบูรณ์กว่า
เรอัล มาดริด มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากมาย แถมเมื่อใกล้เวลาลงเตะ 11 คนแรกที่ ซีเนดีน ซีดาน ประกาศออกมายังไร้เงา คาขอบ เบนเซม่า และ เซร์คิโอรามอส
รายแรก ถือว่าไม่เท่าไหร่ เพราะเกจิเห็นว่า ลูคัส บาสเกซ ระดับฝีเท้าไม่เลว แถมภาวะยังสดใหม่กว่า แต่ว่ากับ รามอส ถือว่าสร้างความหวั่นวิตกไม่น้อย เพราะส่งผลให้คู่เซนเตอร์เป็น ราฟาแอล วาราน กับ ที่นาโช่ เฟร์นานเดซ ซึ่งเป็นคู่ที่เกือบจะไม่ค่อยได้เล่นร่วมกัน แถม ที่นาโช่ เองก็ยังถูกเห็นว่ากลเม็ดเด็ดพรายยังอ่อน
คำถามแรกที่ผุดขึ้นเป็น “จะไหวมั๊ย ?” เพราะแนวรุกของ แอตเลว่ากล่าวโก ทั้งกระชุ่มกระชวยและเฉียบคม ไม่ว่าจะเป็น ยานนิค การ์ราสโก้ หรือ อองตวน กริซมันน์
ใกล้ถึงเวลาลงเตะกองเชียร์ ‘โลส โกลโชเนโรส’ เจ้าถิ่นยิ่งมายิ่งครึกครื้น เพราะด้วยสถิติก่อนหน้า 6 เกมไร้แพ้ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก แฟนหมีทุกคนตั้งเป้าหมายต้องการให้ ‘เอล เดร์บี้ มาดริเลนโญ่’ หนสุดท้ายใน กัลเดรอน สิ้นสุดปิ้งสวยด้วยชัยเหนืออรินิรันดรแต่ว่าเกมกลับกลับความคาดหวัง !
หลังสิ้นเสียงนกหวีดของ เฟร์นานเดซ บอร์บาลัน หน้าแข้ง ‘ตราหมี’ พุ่งเข้าใส่โดยทันที หวังสร้างแรงกดดันให้ มาดริด ตั้งแต่เริ่ม
การเข้าบอลเร็ว วิ่งเพรสซิ่งตั้งแต่ในโซนของคู่แข่งขัน นับว่าเป็นแทคติกที่ แอตเลว่ากล่าวโก ใช้ได้ผลมาตลอด แต่ว่าคราวนี้มันแปลงเป็นอาวุธทิ่มแทงพวกเขา
จากการนั่งมอง พิจารณาได้ชัดว่าการเข้าเพรสของหน้าแข้ง ‘ตราหมี’ มันบ้าไปจากที่เคยๆมันมองร้อนรุ่ม รีบร้อนเกินเหตุ เลยส่งผลให้จังหวะเสียไปหมด แล้วหลังจากนั้นก็ให้พอดีว่า 3 แผงกึ่งกลางที่ ซีดาน ส่งลงมาสู้ เป็นชนิดเอาตัวรอดเก่ง เก็บบอลครอบครองบอลดีทั้งหมดทั้งปวง ทั้ง มาเตโอ โควาสิช,ลูก้า โมดริช และ อิสโก้
3 แผงกึ่งกลางนี้แทบจะไม่แทงอลเลย เฟิร์สทัชดี จับบอลไม่มีกระฉอก ไม่เปิดโอกาสให้ แผงกึ่งกลาง แอตเลว่ากล่าวโก เข้าชิงความได้เปรียบ แถมยังอ่านเกมดี คิดเร็วทำเร็ว
เหตุนี้เลยทำให้การบีบพื้นที่ของสมาชิก โชโล่ จะต้องจั่วลมซะเกินครึ่ง บอลถูกเปลี่ยนถ่ายจากซ้ายไปขวา จากหน้าไปหลัง อย่างรวดเร็วถูกต้องแม่นยำ ภาวะของเจ้าถิ่นไม่ได้แตกต่างกับวัวกระทิงที่กำลังโดน มาทาดอร์ ล่อลวงทอนแรง
เมื่อเอาชนะแผงกึ่งกลางของ แอตเลว่ากล่าวโก ได้แล้ว ทำให้แนวรุกอย่าง เเกเร็ธ เบล กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีพื้นที่ในการเล่น ได้บอลในตำแหน่งสวยๆอยู่บ่อยเช่นจังหวะกลับบอลและเปิดยาวของ อิสโก้ ให้ มาร์เซโล่
เพลย์นั้นถือว่าเป็นการโจมตีที่สวยและอันตราย น่าเสียดายที่ลูกครอสของฟูลแบ็กบราสิมันให้ โรนัลโด้ กระแทกเหน่งๆถูก ยาน โอบลัค เซฟไว้ได้เฉียด
ส่วนประตูขึ้นนำที่มาจากลูกฟรีคิก แม้ไม่ได้มาจากการเซตเกมโดยตรง แต่ว่าทางอ้อมนั้น เมื่อแผงกึ่งกลางของ ตราหมี เอาไม่อยู่ ก็นับเป็นการเปิดโอกาสให้แนวรุกของ มาดริด ได้ดวลตัวๆกับแผงหลังของกลุ่ม

โรนัลโด้ หรือ เบล เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส หากปล่อยให้พวกเขาได้โอกาสได้เล่นกับบอลเสมอๆจะช้าจะเร็วแผงหลังก็จะต้องบกพร่อง และนั่นก็เป็นต้นเหตุของการเสียฟาวล์ในระยะอันตราย
ฟรีคิกของ โรนัลโด้ ถือว่ามีโชค เมื่อแฉลบ สเตฟาน ซาวิช ที่ยืนเป็นกำแพงเปลี่ยนแปลงปากทางเข้าประตูไป
ประตูนี้ยิ่งทำให้ เรอัล มาดริด เชื่อมั่นในตนเองมากยิ่งขึ้น และเกมก็ไปเข้าทางพวกเขากว่าเดิม สามารถที่จะเล่นกับสถานการณ์ได้หลายรูปแบบ จะเซตขึ้นไป หรือจะเล่นตอบโต้กลับเมื่อตัดบอลได้
ในพาร์ทเกมรับของ แอตเลว่ากล่าวโก โดนโจมตีจนเสียหายเพราะแผงกึ่งกลาง ‘ไล่ไม่จน’ ส่วนในพาร์ทของเกมรุกที่ยิงไม่ได้มูลเหตุนั้นเพราะความรีบรน เสียขบวนคุ้นเคย ยิ่งแผงกึ่งกลาง มาดริด ปฏิบัติงานดีด้วย คู่เซนเตอร์อย่าง ที่นาโช่ กับ วาราน ที่ถูกเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องก็แบกภาระน้อยลง ไม่ต้องเจอกับแรงกดดันเท่าไรนัก
45 นาทีแรก เห็นได้น้อยครั้งว่า แอตเลว่ากล่าวโก เซตเกมเพื่อรุกคืบไปถึงพื้นที่สุดท้าย จังหวะรุกแต่ละครั้งพวกเขาพากเพียรเร่งให้บอลถึงหน้าประตูให้เร็วที่สุด แต่ว่า…มันเร็วเกินความจำเป็น
การต่อบอลเร็วจังหวะสองจังหวะให้บอลถึงหน้าประตูคู่แข่งขัน เป็นหนึ่งในกรรมวิธีการที่ ‘ตราหมี’ ชอบใช้ แต่ว่าให้บังเอิญว่าพวกเขาร้อนรุ่มจนขาดความเที่ยงตรง ทั้ง การ์ราสโก้ ทั้ง กริซมันน์ หรือ ซาอูล มัวแต่จะพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดจนขาดความแน่ชัดเมื่อพลาดก็โดนโจมตีตอบโต้กลับ นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่น่าเสียดายก็คือพวกเขาไม่ได้เรียนรู้เลยว่าเมื่อพลาดแล้ว จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ยังคงตะบี้ตะบันเร่งจังหวะอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายแปลงเป็นว่าไปโดนฝั่งFun88มาดริด หลอกดักเก็บกินเสียหมด
ครึ่งหลัง โชโล่ แก้เกมมาดี โมเมนตั้มเริ่มขยับมาทางฝั่ง ‘ตราหมี’ มากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มมีการเซตบอล ดึงจังหวะคอยเพื่อความแน่ชัด และหาจังหวะโจมตี ซึ่งโจมตี มาดริด ก้าวหน้าแต่ว่าจังหวะไม่เป็นใจอีก เมื่อโดนบอลยาวตีโต้ และ ซาวิช ก็พลาด
เป็นจุดลูกโทษหรือเปล่า ? ในตอนที่อยู่ในสนาม สารภาพว่ามองจากระยะออกจะไกล เห็นไม่ชัดเจน แต่ว่าเมื่อกลับมามองภาพช้า ก็ถือว่า ‘ให้ได้’ ไม่น่าเกลียดชัง
เมื่อ โรนัลโด้ ซัดลูกนี้เข้าไปให้ มาดริด ฉีกหนี 2-0 ทุกสิ่งก็จบ จุดลูกโทษนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของเกมทั้งหมดทั้งปวง มันส่งผลให้ผู้เล่นมาดริดเชื่อมั่น และบ่อนทำลายกำลังใจ ‘ตราหมี’ จนหมดสิ้น
บอลระดับนี้ ลองห่างกันถึง 2 เม็ด มันยากที่จะคัมแบ็กกลับมา หากอีกฝั่งไม่ติดลูกประมาท ซึ่งจุดนี้จะต้องชม ซีดาน เลยว่าสั่งย้ำสมาชิกมาดี ผู้เล่นของ มาดริด ทำสมาธิไว้ที่เกมตลอดเวลา ไม่สะเพร่า ไม่ให้ ตราหมี ได้หาจุดเปลี่ยนแปลงของตนเองเจอ
ขณะที่เหลือเกมจึง ‘หมดสนุก’ และลูกปิดท้ายให้ โรนัลโด้ เก็บแฮตทริกได้เสร็จก็ถือว่าเป็นของแจกฟรีโรนัลโด้ กลับมาระเบิดฟอร์มได้ถูกที่ถูกเวลา ลยคำปรามาสว่าที่ว่า ‘ไปไม่เป็นในเกมใหญ่’ ได้ชะงัด
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จะต้องยกให้ คริสเตียโน่ ซ้ำฟอร์มนัดหมายนี้ยังเป็นการต่อยอดให้นักข่าวทั่วยุโรปเทคะแนนให้กับเขาเพื่อคว้าบัลลงดอร์
แต่ว่าคนนึงที่น่าชมเชยมากมายๆเป็น อิสโก้ เขาไม่ค่อยได้รับจังหวะเท่าไรนักในปีนี้ แต่ว่าผลงานจ่ายบอลเสร็จ 91% และแย่งบอลได้อีก 7 ครั้ง พูดได้เลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ มาดริด ชนะ
โมดริช เล่นได้ตามาตราฐาน แทงอลยาก ออกบอลชัวร์ ส่วน โควาสิช เข้าปะทะได้หนักแน่น และเอาตัวรอดเก่ง
มาดริด ถล่ม 3-0 ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความใหญ่โตเหนือ แอตเลว่ากล่าวโก หากแต่ว่าผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันของ บาร์ซ่า ที่เจ๊า มาลาก้า 0-0 ยังเป็นโบนัสให้พวกเขาทะยานนำห่าง
ขณะนี้กลุ่มของ ซีดาน เก็บไป 30 แต้มจาก 12 เกม หนี บาร์ซ่า 4 และทิ้ง แอตเลว่ากล่าวโก 9 นับว่าเป็นสถานการณ์ที่เป็นใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา มา 4 ปีแล้ว ตั้งแต่ฤดูกาล 2011–12 ในยุคของ มูรินโญ่ ปีนี้จึงถือว่ามีความหมายเป็นพิเศษ
ส่วน โชโล่ และสมาชิกปีนี้พูดได้เลยว่าเมื่อยล้า ผลงานของเขาตกลงไปกระจ่างแจ้ง

ช่วงเวลานี้เมื่อเทียบกับปีก่อนๆนี่เป็นฤดูกาลที่ห่วยแตกที่สุดของ โชโล่
12 ครั้งแรก ฤดูกาล 2012-2013 เก็บได้ 31 แต้ม, ฤดูกาล 2013-2014 เก็บได้ 33 แต้ม, 2014-2015 เก็บได้ 26 แต้ม และ 2015-2016 เก็บได้ 26 แต้ม แต่ว่าปีนี้ 12 ผ่านมาได้แค่ 21
กระนั้นขึ้นชื่อว่าบอลยังมองกันยาวๆก็เสมือนอย่างที่ ซีดาน พูดไว้ในห้องแถลงข่าวหลังเกมว่า “กลุ่มยังแพ้อะไรเลย”